คอมฯเก่ามีค่าช้าก่อนอย่าพึ่งทิ้ง...สำหรับเกรียนเกมส์เมอร์ยุคเก่าที่เครื่องตัวเองไม่สามารถเล่นเกมส์ในสมัยนี้ได้อีกต่อไป โปรดอ่านกระทู้นี้ซักนิดแล้วท่านจะรู้ว่าเพียงแค่เปลี่ยนการ์ดจอใบเดียวก็เสมือนท่านซื้อคอมใหม่ยกเซ็ต!! นั่นก็เพราะว่าผมได้เจอบทความนึงที่ทดสอบเกี่ยวกับการจับคอมเก่าสมัยเมื่อ 5 ปีก่อนมาทำการอัพเกรด "การ์ดจอ" เพียงใบเดียวก็สามารถเล่นเกมส์ปัจจุบันได้ทุกเกมส์ "ขอย้ำว่าทุกเกมส์"

ธุรกิจวงการเกมส์บนคอมพิวเตอร์...ถือว่าเป็นธุรกิจหลักที่ทำให้เกิดการอัพเกรดอุปกรณ์บ่อยที่สุดประเภทนึง และการอัพเกรดแต่ละครั้งก็จะเกิดผลลัพธ์ที่ชัดเจนมาก เช่นการเปลี่ยนการ์ดจอเป็นเจนเนอเรชันใหม่ ก็จะได้คุณสมบัติใหม่ๆที่รองรับกับเกมส์ภาพสวยๆเช่น DirectX 11 เป็นต้น ซึ่งถ้าหากเราไม่มีการ์ดจอรุ่นใหม่ ก็ไม่มีโอกาสที่จะได้สัมผัสกราฟฟิกระดับอณูเทพพระเจ้าอย่างที่ผู้สร้างเกมส์ต้องการสื่อออกมาจริงๆได้ อย่างเช่นเกมส์ Crysis 3 หรือ Battlefield 3

แต่เพื่อนๆรู้หรือไม่ว่านอกจากการ์ดจอแล้ว อุปกรณ์อื่นๆในเครื่องคอมพิวเตอร์ไม่ว่าจะเป็น RAM, Mainboard, Harddisk รวมถึง CPU รุ่นใหม่ๆนั้นแทบไม่ได้สร้างความแตกต่างที่เกิดกับการเล่นเกมส์อย่างชัดเจนซักเท่าไรนัก ซึ่งถ้าหากเราจะอัพเกรดอุปกรณ์จากคอมเก่าเมื่อ 5 ปีที่แล้วมาเป็นชุดปัจจุบันก็แทบจะต้องซื้อคอมใหม่ทั้งหมดเนื่องจากของใหม่มันใส่ร่วมกันไม่ได้นั่นเอง(ยกเว้น Harddisk ที่เอามาใช้ต่อได้)



ดังนั้นการเปลี่ยนแค่การ์ดจอจึงคุ้มที่สุด!!!

เรียนให้ทราบนิดนึงว่าคอมเก่าจากบทความของเว็บต่างประเทศ...ถึงแม้จะเก่าแต่ก็จัดว่าเป็นคอมเทพในสมัยนั้น ผมก็เลยคิดว่าคอมเก่าของเพื่อนๆหลายคนคงจะไม่ได้เทพขนาดนี้แน่ๆ(อาจจะมีแต่ส่วนน้อย) ดังนั้นผมจึงเลือกเฉพาะสิ่งที่ต้องดูและเตรียมตัวก่อนที่จะอัพเกรดมาให้เพื่อนๆได้ทราบกัน เอาหละครับไปดูกันเลยว่ามีอะไรบ้าง

เปิดฝาเคสคอมออกมาแล้วหาช่อง PCI-Express 16X(หรือ 8X ก็ได้) โดยปกติจะเป็นช่องสำหรับใส่การ์ดจอครับ หน้าตาจะเป็นแบบข้างล่างนี้แหละ ช่องที่ยาวที่สุดในเมนบอร์ด(ไม่นับ RAM) แต่ถ้าหากคอมเพื่อนๆเก่ามากช่องใส่การ์ดจอก็จะเป็น AGP ซึ่งหมดสิทธิ์ที่จะอัพเกรดนะคร้าบบบ




แต่ถ้าไม่แน่ใจ ดูไม่ออก ก็ให้ดาวน์โหลดโปรแกรมนี้มาครับ CPU-Z พอติดตั้งเสร็จแล้วให้เลือกแท๊บด้านบนที่เขียนว่า Mainboard ลองสังเกตุตรงด้านล่างสีแดงที่ผมวงไว้ให้นะครับ ถ้าหากเขียนว่า PCI-Express ก็สบายหายห่วง สามารถซื้อการ์ดจอใหม่ๆมาใส่ได้เลยทันที ส่วนเรื่อง 16X หรือ 8X เวลาใช้งานจริงก็จะแตกต่างกันอยู่บ้าง(ในกรณีที่เล่นเกมส์กราฟฟิกโหดๆ) ซึ่งถ้าได้ 16X ก็ดีครับจะได้ใช้การ์ดจอได้เต็มประสิทธิภาพ



ถ้าหากตรวจเช็ตแล้วว่าคอมของเพื่อนๆมีช่อง PCI-Express ต่อไปลองไปชมความแรงกันเลยครับว่าเพียงแค่อัพเกรดการ์ดจอใบเดียว จะสามารถทำให้เล่นเกมส์ลื่นขึ้นขนาดไหน

สเปคเครื่องที่ใช้ในการทดสอบ

CPU : Intel Core 2 Q6600 2.4GHz(Quad-Core)
Mainboard : Asus Rampage Formula(Intel X48 chipset)
RAM : 3GB DDR2-1066
VGA : NVIDIA GeForce GTX 260(192 CUDA cores)
HDD : 60GB Corsair Force 3 SSD
OS : Windows 7 64-bit SP1
โดยการ์ดจอตัวใหม่ที่ได้รับการอัพเกรดลงไปก็คือ NVIDIA GeForce GTX 660 แน่นอนว่ามันแรงกว่า GTX 260 เยอะครับ แต่ที่จะสื่อก็คือถึงคอมที่เราใช้จะเก่า แต่มันก็ไม่ได้ฉุดความสามารถของการ์ดจอใหม่ลงไปซักเท่าไรนั่นเอง ไปชมกราฟกันเลยโย่ว


Battlefield 3:




เมื่อดูจากกราฟแล้วจะเห็นว่าการ์ดจอตัวเดิมก็ทำหน้าที่ได้ดีสำหรับเกมส์เทพจุติอย่าง Battlefield 3 ซึ่งเฟรมเรตจากการ์ดจอทั้งสองต่างกันแค่เพียง 12.1 เฟรมต่อวินาที แต่รู้หรือไม่ครับว่าในกรณีนี้มันเปลี่ยนจากคำว่า "กระตุก" เป็น "ลื่นหัวแตก" ได้อย่างสบายๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับการเล่นเกมส์แล้วให้ได้อรรถรสมากที่สุดนั้นควรที่จะปรับให้เฟรมเรตไม่ต่ำกว่า 30 ครับ ไม่อย่างนั้นสายตาของมนุษย์จะรู้สึกถึงความกระตุกของภาพได้(แต่ผมก็ทึ่งกับประสิทธิภาพที่ GTX 260 แสดงออกมาเหมือนกันนะ ><")


Borderlands 2:




บททดสอบที่สองกับเกมส์ Borderlands 2 อีกหนึ่งเกมส์แอคชั่นชูตติ้งที่มีคนเล่นเยอะพอสมควรเฟรมเรตจากการ์ดจอทั้งสองต่างกันถึง 16 เฟรมต่อวินาที แต่ทว่าสำหรับเกมส์นี้การ์ดจอเก่าอย่าง GTX 260 ก็สามารถสอบผ่านแบบหืดจับด้วยคะแนน 32 เฟรมต่อวินาที แต่ในเว็บไซต์ต้นฉบับได้ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่าบางฉากที่มีศัตรูเยอะจะเริ่มเกิดอาการหนืดดดดอย่างเห็นได้ชัด และแนะนำว่าถ้าเปลี่ยนเป็น GTX 660 จะลื่นหัวแตกในที่สุด


Civilization V:




Civilization V เกมส์แนวสร้างอาณาจักรวิวัฒนาการกันอย่างสนุกสนานจนบางวันอดหลับอดนอนกันไป แน่นอนว่าเกมส์นี้ขึ้นชื่อเกี่ยวกับกราฟฟิกที่สวยงาม และใช้ทรัพยากรเครื่องสูงมากๆ และถ้าดูจากกราฟอธิบายกันง่ายๆเลยว่า "เปลี่ยนจากเล่นไม่ได้ กลายมาเป็นลื่นหัวแตก" ด้วยเฟรมเรตที่ต่างกันถึง 25.8 เฟรตต่อวินาที คนละโลกอะครับเพื่อนๆ


Shogun 2:




Shogun 2 เกมส์นี้ผมต้องขอออกตัวก่อนว่าไม่เคยเล่นมาก่อน แต่หลังจากดูภาพแล้วคงต้องหามาเล่นบ้างครับ ในส่วนของบททดสอบนี้แสดงให้เห็นว่านอกจากเฟรตเรตในโหมด "High" ที่ดีกว่าของ GTX 660 แล้ว ก็ยังสามารถกระโดดไปเล่นในโหมด "Very High" ซึ่งเป็นโหมดที่ใช้คุณสมบัติของ DirectX 11 ได้อย่างไม่มีปัญหา ผิดกับรุ่นเก่าอย่าง GTX 260 ที่สามารถรันได้เฉพาะบนโหมด DirectX 10 เท่านั้นครับ




การบริโภคพลังงาน:


การ์ดจอสมัยใหม่ทุกตัว(ไม่เว้นแม้แต่ GeForce GTX 660) เน้นการรีดพลังออกมาได้อย่างคุ้มค่า เก็บทุกเม็ด ดังจะเห็นได้จากกราฟที่อัตราการบริโภคพลังงานของ GTX 660 นั้นดีกว่ารุ่นเก่าอย่าง GTX 260 ซะอีกครับ เมื่อเทียบความแรงต่อประสิทธิภาพแล้วหละก็ทิ้งเป็นทุ่งเลยทีเดียว เจ๋งแบบนี้น้องเนยรักโลกคงต้องจัดไปซักตัวแล้ว อิอิ


สรุป!!...อัพเถอะครับจะได้ไม่เป็นภาระของลูกหลาน

โดยเฉพาะเกมส์ใหม่ๆในช่วงนี้ยังไม่ได้ต้องการใช้ CPU ระดับ 8 หัว หรือต้องการ RAM ขนาด 8GB ซักเกมส์ สิ่งที่เกมส์ต้องการเป็นหลักเลยก็คือการ์ดจอนี่แหละครับ เอาเป็นว่าสุดท้ายนี้ก็ขึ้นอยู่กับงบในกระเป๋าตัง ถ้าหากงบเยอะมากก็จัดยกเซ็ตไปเลยก็ได้(แต่ผมก็แนะนำให้ซื้อปลายปีนี้เพราะ CPU Intel ตัวใหม่จะมา) แต่ถ้างบไม่เยอะ การอัพเกรดเพียงแค่การ์ดจอก็ถือว่าคุ้มค่ามากๆสำหรับเกมส์ที่จะออกใหม่ในช่วงเวลานี้ครับผม


ขอบคุณข้อมูลจาก : hothardware.com